การท่องเที่ยวเปรียบเสมือนการออกเดินทางหาทุกๆความหมายของชีวิตที่นอกจากจุดหมายปลายทางแล้ว
เรื่องราวระหว่างทางก็อีกหนึ่งความน่าสนใจ
แถมหลายต่อหลายครั้งเรื่องราวระหว่างทางยังสามารถสร้างความประทับใจมากกว่าจุดหมายปลายทางเสียอีก
และนี่ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งในการเดินทางที่ทั้งจุดหมายปลายทางและเรื่องราวระหว่างทาง
ต่างก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้ไม่น้อยเลย
สำหรับจุดหมายปลายทางที่เรากำลังจะไปนั้น คือ น้ำตก
"ทีลอซู"
อ.อุ้มผาง จ.ตาก
ที่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามติดอันดับโลกเลยทีเดียว

การเดินทางแบบสมบุกสมบันฟันฝ่า 1,219 โค้ง บนถนนลอยฟ้า
(แม่สอด-อุ้มผาง) หนึ่งในถนนสุดโหดของเมืองไทย
ไปถึงยังตัวอำเภออุ้มผางในช่วงเช้าตรู่ของวัน
โดยระหว่างทางถ้าใครโชคดี (เหมือนเรา)
ก็จะได้พบกับภาพอันสวยงามของดวงอาทิตย์ที่แหวกม่านเมฆโผล่พ้นขอบฟ้า
พร้อมกับทะเลหมอกยามเช้าที่ลอยเป็นสายขาวโพลน
จากนั้นอีกไม่นาน ก็เดินทางมาถึงยังที่พักในตัวอำเภออุ้มผางในช่วงเช้าตรู่ของวันใหม่
ก่อนจะเก็บข้าวของและหม่ำมื้อเช้าเติมพลัง
แล้วใส่ชุดทะมัดทะแมง
เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการล่องแก่งและเดินทางสู่น้ำตกทีลอซูในช่วงสายๆของวัน
การเดินทางเข้าสู่น้ำตกทีลอซูในช่วงย่างเข้าสู่หน้าแล้งอย่างนี้มีทั้งการไปทางบกด้วยรถโฟร์วีล
และการไปทางน้ำด้วยการล่องแก่งเรือยางเข้าไป
ซึ่งพวกเราเลือกอย่างหลังเพราะดูมันได้บรรยากาศครบเครื่องเรื่องเที่ยวมากกว่า
ว่าแล้วเมื่อเรือพร้อม คนพร้อม
คณะของเราก็ลงเรือยางไหลไปตามลำน้ำแม่กลองในทันที
สำหรับระดับน้ำในเส้นทางล่องแก่งนี้อยู่ที่ระดับ 1-2
ส่วนสองข้างทางก็เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ที่พากันผลัดใบรอรับหน้าร้อนที่จะมาถึง
สลับด้วยความสูงใหญ่ของหน้าผาที่ตั้งตระหง่านในบางช่วง
ในเส้นทางล่องแก่งสายนี้มีไฮไลท์อยู่ที่น้ำตก
"ทีลอจ่อ"
หรือน้ำตกสายฝน
เป็นน้ำตกที่มีละอองน้ำไหลเป็นสายลงมาจากหน้าผาสูงชันดูคล้ายสายฝน
น้ำตกทีลอจ่อมี 2 ชั้น
ถ้าไปชมโดยการล่องเรือจะเห็นเพียงแค่ชั้นล่างเท่านั้น
ส่วนถ้าจะไปชั้นบนก็ต้องเดินเท้าขึ้นไปสู่ชั้นสองประมาณ 700
เมตร ความพิเศษประการหนึ่งของน้ำตกทีลอจ่อก็คือ ในช่วงเช้าราวๆ
9-10 โมงจะมีแสงส่องไปที่น้ำตกเกิดเป็นรุ้งกินน้ำขึ้น
ซึ่งสามารถนั่งเรือไปจับสายรุ้งหรือลอดฝ่าสายรุ้งที่เกิดขึ้นบนละอองน้ำตกไปได้
หลังจากผ่านน้ำตกทีลอจ่อไปอีกราวหนึ่งชั่วโมง ก็มาถึงยังบ่อน้ำร้อน
ซึ่งเป็นที่พักเรือชั่วคราว ที่นี่เป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ
มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 39 องศาเซลเซียส
นักท่องเที่ยวสามารถลงไปแช่ตัว เล่นน้ำ ได้อย่างสบายๆ
และนี่คือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเปรียบเสมือนความเมตตาที่ธรรมชาติให้มนุษย์
เพราะที่นั่นอากาศค่อนข้างหนาวเย็นแต่ก็ยังสร้างสิ่งที่ตรงกันข้ามขึ้นมา
หลังลงแช่น้ำร้อนและยืดเส้นยืดสายเป็นที่เรียบร้อย
เราเดินทางต่อไปอีกราวหนึ่งชั่วโมงเพื่อไปขึ้นฝั่งยังท่าทราย
แล้วนั่งรถต่อไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางอันเป็นที่ตั้งของน้ำตกทีลอซูนั่นเอง
หลังถึงยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
และที่กางเต็นท์ของนักท่องเที่ยวที่จะมาพักแรม
พวกเราพักเอาแรงกันพอให้หายเหนื่อย
ก่อนจะออกเดินทางสู่ตัวน้ำตกทีลอซูในทันที

สำหรับการจะเข้าไปยังน้ำตกทีลอซูนั้นต้องเดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ
1.5 กิโลเมตร ที่เดี๋ยวนี้เป็นทางปูนเดินสะดวกสบายไปจนถึงน้ำตก
แต่ทางเขตรักษาพันธุ์ฯมีกฎอย่างเคร่งครัดว่า ห้ามนำขยะ โฟม
หรือสิ่งของที่อาจทำลายธรรมชาติเข้าไปในบริเวณน้ำตก
ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวบางคนทิ้งขยะ
สิ่งของ เรี่ยราดนั่นเอง
บนเส้นทางเดินป่าสู่น้ำตก
ตลอดทางเดินนอกจากจะร่มรื่นเขียวครึ้มแล้ว
ยังมีลำธารขนานไปกับทางเดิน และมีน้ำตกย่อมๆให้ชมอยู่เป็นระยะๆ
แถมบางช่วงน้ำในลำธารจะมีสีเขียวดุจมรกตดูสวยงามไปอีกแบบ
ในขณะที่ต้นไม้บริเวณนี้ส่วนใหญ่จะมีรากยกสูง
เพราะต้องยกรากตัวเองขึ้นมาให้พ้นจากน้ำ

หลังเดินเท้ากันไปได้พักใหญ่
พวกเราเริ่มได้ยินเสียงน้ำตกดังก้องกังวานไปทั่วทั้งป่า
และยิ่งเมื่อเดินลึกเข้าไป
เสียงกระหึ่มของสายน้ำก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงยังเบื้องหน้าของน้ำตกทีลอซูอันยิ่งใหญ่อลังการ
ที่เอกสารจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ระบุว่าเป็นน้ำตกที่สวยติด 1 ใน 6 ของโลกเลยทีเดียว
น้ำตกทีลอซู เป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่
เกิดจากลำห้วยกล้อทอที่อยู่ด้านบน
ก่อนที่จะไหลรวมกันและไหลตกลดหลั่นเป็นชั้นๆลงมายังช่องเขาขาดที่สูงประมาณ
300 เมตร กว้างประมาณ 500 เมตร เกิดเป็นน้ำตกทีลอซูอันสวยงามกลางผืนป่าอุ้มผาง

แม้ในช่วงหน้าแล้งอย่างนี้ สายน้ำตกทีลอซูอาจจะไม่มากมายอย่างช่วงหน้าฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว
แต่การได้มาเห็นสายน้ำตกที่ถั่งโถมก็ทำให้ความเหนื่อยล้าที่บุกป่าฝ่าดงของเราได้มลายหายไปจนสิ้น
ซึ่งไหนๆมาถึงทีลอซูทั้งที
งานนี้เราก็ต้องขอเอาตัวไปลุยสายน้ำตกให้ชุ่มตัวชื่นหัวใจกันหน่อย
เริ่มจากการขึ้นไปยังน้ำตกชั้นแรกอันเป็นชั้นที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำกัน
จากชั้นนี้เราเล่นน้ำได้สักพักก็เดินต่อขึ้นไปชั้นสองที่อยู่ไม่ไกลกัน
แล้วไปต่อยังชั้นสาม
ที่ยังไม่ทันจะถึงตัวน้ำตกเราก็ต้องตะลึงในความงามของสายน้ำที่ไหลลงมาจากหน้าผาอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งแรกที่พบเจอเมื่อมาถึงน้ำตก
เพราะว่าเสียงที่ดังอื้ออึงอยู่ในหู ละอองน้ำปลิวว่อนในอากาศ
น้ำเบื้องล่างใสสะอาดกว่าข้างล่างมาก
ถึงจะอยู่ห่างจากน้ำตกอยู่ประมาณ 20 เมตรก็ตาม
เมื่อนำมือขึ้นมาลูบที่ใบหน้าตัวเองหน้าถึงกับเปียกโชกจากละอองน้ำเหล่านั้น
ความเขียวขจีของต้นไม้
แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าได้เป็นอย่างดี

ที่บริเวณชั้น 3 นั่งพักชมและฟังเสียงกระหึ่มของน้ำตก
ฟังเสียงต้นไม้เสียดสีกันเนื่องจากลมในตอนบ่ายคล้อย
ดูน้ำใสที่ขาวโพลนที่ไหลตกลงมาจากโตรกผาอย่างรุนแรง
ซึ่งถ้ามีเวลาเหลือเฟือกว่านี้
สิ่งแรกที่อยากทำก็คือโยนทุกทุกสิ่งที่ผ่านมาทิ้งไว้ริมโขดหิน
แล้วกระโดดอย่างสุดแรงลงสู่น้ำตก
แต่เราก็ได้เพียงนั่งมองและเก็บภาพน้ำตกทีลอซู
ที่หลายคนเฝ้าฝันจะได้สัมผัสสักครั้งในชีวิตของการเดินทาง
หลังจากที่รู้สึกเต็มอิ่มแล้วพวกเราก็เดินลงมาจากน้ำตก
ทิ้งแต่เพียงเสียงของน้ำตกและผืนป่าอุ้มผางไว้เบื้องหลัง
ซึ่งนี่คือน้ำตกใหญ่ระดับโลกที่ทั้งจุดหมายปลายทางและเรื่องราวระหว่างทาง
ต่างก็สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้ไม่น้อยเลย
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * *
"น้ำตกทีลอซู"
ตั้งอยู่ใน อ.อุ้มผาง จ.ตาก
ซึ่งการเดินทางช่วงถนนลอยฟ้าจากแม่สอดไปอุ้มผางนั้นมีระยะทางประมาณ
164 กม. แต่ว่าต้องใช้เวลาเดินถึง 4-5 ชม. เพราะมีถึง 1,219
โค้ง สำหรับการเดินทางจาก อ.อุ้มผางสู่น้ำตกทีลอซู(ที่กางเต็นท์)โดยตั้งแต่วันที่
1 พ.ย.-31 พ.ค.ของทุกปีสามารถไปได้ด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ส่วนหน้าฝนรถจะเข้าไม่ได้เพราะถนนลื่นและเป็นการพักฟื้นป่าไปในตัว
ทั้งนี้ผู้สนใจเที่ยวน้ำตกทีลอซู ทีลอจ่อ หรือล่องแก่งไปน้ำตกทีลอเร
สามารถสอบถามได้ที่ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง
โทร. 0-5556-1338 หรือที่ ททท.ภาคเหนือ เขต 4 โทร.
0-5551-4341-3