ในบางขณะที่เกิดอาการเบื่อหน่ายชีวิตที่จำเจ
หรือเหนื่อยล้ากับหน้าที่การงานประจำวัน ก็คิดจะอยากไปติดเกาะดูบ้างเหมือนกัน
เพราะอยากจะหลีกหนีความวุ่นวาย อยากหลบหน้าผู้คนหน้าเดิมๆ
ไปหาที่สงบๆ พักผ่อนอยู่กับตัวเองสักพัก
มาวันนี้ ก็ได้โอกาสเหมาะที่จะไปติดเกาะที่
"เกาะทะลุ"
อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์
ที่น้ำทะเลและหาดทรายที่นี่ยังดูดีสวยงาม ไม่พลุกพล่าน
โดยจากริมฝั่งที่บางสะพานน้อย
เมื่อมองไปกลางทะเลก็จะเห็นเกาะใหญ่อยู่ห่างฝั่งออกไปเพียง 7
กิโลเมตร เกาะนั้นก็คือเกาะทะลุ จุดมุ่งหมายของเรานั่นเอง
ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาที เรือสปีดโบ๊ทก็พาเราข้ามจากแผ่นดินมายังเกาะทะลุ
เกาะหินปูนขนาดย่อมๆ ที่มีน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวๆ
และกิจกรรมมากมายรอเราอยู่
แต่ก่อนอื่น ขอไขข้อข้องใจสำหรับคนที่(อาจจะ)สงสัยว่า
เหตุใดเกาะนี้จึงชื่อว่าเกาะทะลุ?
คำถามนี้หากว่าได้มาที่ด้านเหนือของเกาะก็คงจะได้ทราบคำตอบกันเลยทันที
เพราะภูเขาทางทิศเหนือนี้นอกจากจะมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงแล้ว
บริเวณด้านล่างของภูเขานั้นมีช่องทะลุมองลอดไปได้
ช่องดังกล่าวนั้นเกิดจากการกัดกร่อนของคลื่นลมและกระแส
เวลาน้ำลงจะเห็นเป็นโพรงชัดเจน เป็นที่มาของชื่อเกาะ
คราวนี้ก็มาเริ่มกิจกรรมที่เกาะทะลุกันเลยดีกว่า
เริ่มจากกิจกรรมการดำน้ำเป็นอย่างแรก
จากอ่าวไทรใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทที่พวกเราพักกัน
นั่งสปีดโบ๊ทไปชมช่องทะลุให้เห็นที่มาของชื่อเกาะ
จากนั้นจึงเริ่มกิจกรรมดำน้ำ ด้วยการดำน้ำเล่นกับปลาที่
"อ่าวกรวด"
ที่อ่าวนี้นักท่องเที่ยวมักจะเตรียมขนมปังไปฝากเจ้าพวกปลาตะกรับลายที่มาว่ายวนเวียนกันเป็นฝูง
หากคนว่ายเข้าไปใกล้ก็จะโดนตอดเพราะคิดว่าเป็นอาหารปลา
ใครเล่นกับปลาเรียบร้อยแล้วก็เชิญดำน้ำดูปะการังแบบผิวน้ำ (Snorkeling)
เพราะภายใต้ผิวน้ำนั้นจะมีปะการังหลายแบบ และปลาหลายชนิดให้ชมกัน
ไม่ว่าจะเป็นปะการังโขด และปะการังเขากวาง (บริเวณด้านนอกฝั่ง)
รวมไปถึงดอกไม้ทะเล
ส่วนบรรดาปลานั้นนอกจากปลาตะกรับลายที่กล่าวไปแล้ว
ก็ยังมีทั้งปลานกแก้ว ปลาผีเสื้อ ฯลฯ ให้ชมกัน
จากจุดดำน้ำตรงอ่าวกรวด เราไปดำกันอีกที่หนึ่งที่
"อ่าวเทียนทะเล"
ที่ได้ชื่อว่าเป็นสระว่ายน้ำธรรมชาติ
เพราะบริเวณพื้นทรายใต้ทะเลบริเวณนี้นั้นแทนที่จะมีปะการังเหมือนอย่างพื้นที่รอบๆ
แต่กลับเป็นพื้นทรายสีขาวสะอาดไม่มีปะการังอยู่เลย
แต่หากว่ายน้ำเข้าฝั่งไปอีกหน่อยก็จะเจอกับปะการังตามปกติ
ซึ่งปะการังบริเวณนี้จะเป็นปะการังเขากวางเล็ก
และที่พิเศษก็คือมีหอยมือเสือเป็นร้อยๆ ตัวอยู่กระจายๆ
ใต้พื้นน้ำท่ามกลางปะการังเขากวางนั้น แต่ถ้าให้
มองหาหอยมือเสือเอาเองคงจะมองไม่เห็นเลยสักตัว จึงต้องอาศัยสตาฟฟ์ที่เป็นคนพาดำน้ำคอยชี้จุดให้
จึงได้มองเห็นหอยมือเสือตัวเบ้อเริ่มเทิ่มนอนอ้าเปลือกอยู่ข้างล่าง

การดำน้ำแบบผิวน้ำ
แต่หากใครอยากจะดำน้ำลึก (Scuba)
ก็สามารถดำได้ที่เกาะทะลุนี้เช่นกัน
โดยจุดดำน้ำจะอยู่บริเวณหน้าอ่าวกรวด อ่าวไทรใหญ่ และอ่าวเทียน
ซึ่งก็จะได้เห็นทั้งปะการังเขากวางใหญ่ ปะการังโขด พรมทะเล
รวมไปถึงปลาแปลกน่าสนใจอีกมากมาย
นอกจากการดำน้ำแล้ว ก็ยังได้ทำกิจกรรมทางน้ำบนเกาะทะลุอย่างการพายเรือคายัคฝึกกำลังแขน
จะพายอยู่แค่หน้าชายหาดเอาแค่เหนื่อยน้อยหน่อย
หรือจะพายรอบเกาะให้เหนื่อยมากๆ ก็ได้
และหากวันไหนคลื่นลมสงบอย่างในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนอย่างนี้
จะพายเรือเอาขนมหรืออาหารไปปิกนิกกันที่ช่องทะลุก็ได้บรรยากาศไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่สิ่งที่แอบเล็งไว้ตั้งแต่ตอนที่มาถึงเกาะทะลุก็คือ
เรือใบสีสันสดใสที่จอดนิ่งอยู่บนชายหาด
คิดอยู่ในใจว่าอยากจะลองนั่งเรือใบลอยกลางทะเลดูสักครั้ง
ก็ได้มาสมใจที่เกาะทะลุนี่เอง
แต่สารภาพตามตรงว่าเล่นเรือใบไม่เป็นแต่อย่างใด
ดังนั้นจึงต้องใช้ตัวช่วยเป็นสตาฟฟ์ของทางเกาะ ซึ่งก็ได้
"ครูเล็ก"
ซึ่งเป็นครูสอนเรือใบมาเป็นสารถีขับเรือใบให้ในวันนี้
นั่งอยู่กลางเรือใบ
แหงนหน้ามองฟ้าสัมผัสกับสายลมเย็นๆ
อย่างสบายใจเพราะไม่ต้องบังคับเรือใบเอง
แถมยังได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบข้างอย่างเต็มที่
ข้างบนเป็นท้องฟ้ากว้าง ข้างล่างก็เป็นทะเลที่ดูกว้างไม่แพ้กัน
ส่วนสายลมที่พัดมาเรื่อยๆ
นั้นก็มีส่วนสำคัญกับการเล่นเรือใบเป็นอย่างมาก หากลมพัดมาเอื่อยๆ
เรือใบก็แล่นเอื่อยๆ เช่นกัน แต่หากลมพัดแรง
เรือใบลำน้อยก็จะวิ่งฉิวฝ่าคลื่นจนน้ำกระเซ็นเปียกหน้าเปียกตาไปตามๆ
กัน

ลมพัดมาทีหนึ่งครูเล็กก็จะสาละวนอยู่กับการดึงเชือกบังคับใบเรือเส้นนั้นเส้นนี้
บางทีก็เอนตัวคอยถ่วงเรือไว้ให้สมดุลกับแรงลม แต่ส่งสายตาให้กำลังใจ
และสนุกสนานกับบรรยากาศรอบตัวต่อไปอยู่คนเดียว
สนุกสนานกับกิจกรรมทางน้ำไปแล้ว
ที่เกาะทะลุนี้ก็มีกิจกรรมบนบกให้ทำด้วยเช่นเดียวกัน
ด้วยการเดินขึ้นจุดชมวิวบนหน้าผาเหนือช่องทะลุ
ในการเดินไปจุดชมวิวนี้ต้องมีคนนำทาง และต้องใช้แรงกันพอสมควร
เพราะเส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางไปกลับกว่า 2 ชั่วโมง
แต่เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้วก็หายเหนื่อยเพราะจะได้เห็นวิวทะเลกว้างไกลสุดสายตา
และมองเห็นช่องทะลุอยู่เบื้องล่าง
แล้วก็อย่าลืมไปถ่ายรูปบนก้อนหินที่ยื่นออกไปกลางอากาศ คล้ายๆ
หินที่ผาหล่มสัก ภูกระดึง หากถ่ายมุมกล้องดีๆ
ก็จะเหมือนนั่งอยู่กลางอากาศ ข้างล่างเป็นทะเลเอาไว้อวดเพื่อนๆ
และในด้านทิศตะวันตกของเกาะ ด้านหลังอ่าวเทียนทะเล
ก็ยังมีสุสานปะการัง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากพายุเกย์เมื่อ 10
กว่าปีที่ผ่านมา
ที่ได้ซัดเอาปะการังจากใต้ทะเลขึ้นมาไว้บนฝั่งเป็นแนวยาวกว่า 2
กิโลเมตรด้วยกัน
ส่วนในตอนกลางคืน หากใครไม่อยากนอนอยู่ในห้องเฉยๆ
ก็สามารถเช่าเรือออกไปตกหมึกบนเรือไดหมึกที่มีไฟนีออนหลากหลายสีสัน
ยื่นส่องลงไปในทะเล เพื่อล่อให้หมึกมาเล่นไฟ
แล้วก็โดนจับมาย่างกินสดๆ
ใครที่เคยกินคงจะรู้ว่าหมึกย่างสดนั้นอร่อยแค่ไหน
หรือถ้าใครมาเกาะทะลุในช่วงหน้าฝน จะออกมาส่องไฟหา
"ปูไก่"
ปูประหลาดที่ส่งเสียงร้องเจี๊ยบเจี๊ยบเหมือนลูกไก่
และออกหากินตอนกลางคืนบนเกาะทะลุก็มีเช่นกัน
โดยปูไก่นั้นแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าบนเกาะแห่งนี้