แม้ทะเลไทยจะได้ชื่อว่าสวยงามและโด่งดังไปไกลทั่วโลก
แต่ในวันนี้สภาพการณ์ของท้องทะเลไทยหลายๆแห่งกลับตกอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง
ทั้งทรัพยากรชายฝั่ง ใต้น้ำ รวมไปถึง
ปะการัง
หนึ่งในทรัพยากรสำคัญแห่งท้องทะเล
ที่ปัจจุบันปะการังบ้านเราถูกทำลายลงไปเป็นจำนวนมากจากหลายๆปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็น การทำประมงผิดวิธี
การถูกทำลายจากนักท่องเที่ยวทั้งที่ตั้งใจและรู้เท่าไม่ถึงการณ์
การทิ้งขยะ-น้ำเสียลงทะเล สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ภัยธรรมชาติ(ดังกรณีสึนามิ)ฯลฯ
นอกจากนี้สภาวะโลกร้อนที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเสื่อมสภาพของปะการัง
ด้วยเหตุนี้ทางมูลนิธิวัฒนธรรมและการศึกษานานาชาติ(International
Cultural and Education Foundation : ICEF) โดย ดร.คริสโตเฟอร์
คิม (ดร.คิม) ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ
ได้เล็งเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูแนวปะการังใต้ท้องทะเล
จึงได้ร่วมมือกับ
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวยั่งยืน(อพท.)และอีกหลายหน่วยงาน
จัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืนขึ้น
ซึ่งทาง ICEF และ อพท.
ได้ทำการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมไปเมื่อวันที่ 22
มี.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้
ดร.คิม ผู้ก่อตั้ง ICEF ได้เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า
เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการทำงานของ ICEF
ที่เน้นในการทำประโยชน์สุขต่อสังคม ต่อสาธารณะ
ซึ่งหลังจากได้รับรู้ถึงสภาพความเสื่อมโทรมของแนวปะการังหลายๆจุดในหมู่เกาะช้าง
และในอ่าวเกาะหวายที่ตนมีโอกาสได้มาสัมผัสโดยตรง
จึงคิดว่าน่าจะทำโครงการเพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลขึ้นมาในบริเวณ
เกาะหวาย ปะการัง รีสอร์ท
อันเป็นที่ดินที่ได้ครอบครองมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในปี พ.ศ.
2548
ดร.คิม เล่าต่อว่า ช่วงแรกของการฟื้นฟูก็เป็นไปในแนวทางทั่วไป
อาทิ การทำความสะอาดพื้นที่ การเก็บขยะในทะเล ในป่า และหน้าหาด
ไปทิ้งบนฝั่ง จนต่อมาได้มีโอกาสรู้จักกับ อาจารย์ประสาน
แสงไพบูลย์
ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์สัตว์น้ำ
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการอนุรักษ์ปะการัง
และเป็นผู้ริเริ่มการปลูกปะการังในท่อพีวีซี
หลังจากนั้นทาง ICEF กับ อ.ประสาน
จึงร่วมมือกันจัดทำโครงการทดลองปลูกปะการังขึ้นในราวปี 2549
ซึ่ง สุพรชัย สุทธิมาก ผู้จัดการโครงการนี้ได้เปิดเผยว่า
ช่วงแรกของการเข้ามาอยู่เกาะหวาย(ปี 48)
บนเกาะนี้มีขยะอยู่เกลื่อนไปหมด ทั้งบนบกและในทะเล
ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง แมลงวันก็เยอะ จึงต้องใช้เวลา 6
เดือนแรกที่มาอยู่บนเกาะหวายให้คนงานเก็บขยะอย่างเดียว

หลังเก็บขยะทำความสะอาดเราก็เริ่มโครงการทดลองปลูกปะการังขึ้นในปี
2549 ที่บริเวณอ่าวบริเวณหน้าเกาะหวาย ปะการัง รีสอร์ท
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเสื่อมโทรมเต็มไปด้วยซากปะการัง
ผิดกับในอดีตที่ปะการังบริเวณนี้สมบูรณ์สวยงาม
สุพรชัย เล่าความหลังให้ฟัง
สำหรับ อ.ประสาน แสงไพบูลย์
ผู้มีบทบาทสำคัญในโครงการปลูกปะการัง
เท้าความถึงที่มาของโครงการปลูกปะการังในท่อพีวีซี ว่า
เมื่อมนุษย์สามารถขยายพันธุ์ต้นไม้ได้ก็น่าจะขยายพันธุ์ปะการังได้
จึงได้ทำการทดลองเพาะเลี้ยงปะการังที่อยู่ในสภาพแตกหักด้วยท่อพีวีซีขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกใน
ปี พ.ศ. 2538 ณ บริเวณหาดแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ซึ่งก่อนหน้านั้นตนได้คิดค้นหาวิธีการปลูกปะการัง
และวัสดุที่ใช้รองรับคล้ายกระถางในการปลูกพืชมาอย่างหลากหลาย
แต่สุดท้ายก็มาลงตัวที่ท่อพีวีซี
ที่ผ่านมามีคนตั้งคำถาม
วิพากษ์ วิจารณ์มากมายเกี่ยวกับการปลูกปะการังในท่อพีวีซี
แต่จากการทดลองพบว่า พีวีซีมีคุณสมบัติที่ดีที่สุด คงทน
อยู่ได้นาน ประหยัด ทำง่าย
และสามารถนำแปลงพีวีซีเพาะปะการังนำกลับมาใช้ได้หลายหน
ในขณะที่วัสดุอื่นที่ดูกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างไม้ไผ่ ดินเผา
กลับมีปัญหาต่อการปลูกปะการัง ไม้ไผ่ปลูกแล้วผุกร่อนง่าย
ส่วนดินเผาแตกหักง่าย ที่สำคัญคือ
เท่าที่ทดลองมาพบว่าปะการังจะไม่เกาะ
ไม่เติบโตในวัสดุใดๆได้ดีเท่ากับพีวีซีที่ถือว่ามีความเสถียร
เมื่อนำไปขยายพันธุ์ในทะเล ไม่เพียงปะการังเท่านั้นที่เติบโต
แต่พีวีซียังเป็นวัสดุที่มีหอย ฟองน้ำ
และตัวอ่อนของสัตว์อื่นๆมาเกาะ
อาศัยอยู่เร็วที่สุดหากเทียบกับวัสดุอื่นๆ
อ.ประสาน อธิบาย ถึงข้อดีของพีวีซีในการปลูกปะการัง
ซึ่งปัจจุบันแนวคิดนี้มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย
แต่สำหรับ อ.ประสาน เขายังคงเดินหน้าทำการวิจัย ทดลอง
และพิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์สามารถทำการขยายพันธุ์ปะการังในท่อพีวีซีได้
โดยหลังเริ่มทดลองปลูกอย่างจริงจัง
ต่อมาเขาได้ทำการปลูกและอนุบาลปะการังเขากวางขึ้นในปี 2541
ก่อนจะจัดตั้งเป็นโครงการขยายพันธุ์ปะการังจำนวน 10,000
ต้นขึ้นในปี 2546
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีปะการังเพียงพอในการฟื้นท้องทะเลไทยและเก็บบางส่วนไว้เป็นต้นพันธุ์สำหรับการขยายพันธุ์ต่อไป
มีหลายๆคนแสดงความเป็นห่วงท้วงติงว่า
มนุษย์ไม่น่าที่จะปลูกปะการังแต่น่าที่จะปล่อยธรรมชาติคอยฟื้นฟูปะการังที่เสียหายเสื่อมโทรมด้วยตัวของมันเอง
ซึ่งสำหรับผมเห็นว่ากว่าจะรอให้ธรรมชาติฟื้นฟูตัวของมันเองก็คงไม่ทันการณ์
เพราะปัจจุบันการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์นั้นอยู่ในขั้นรุนแรงและรวดเร็ว
ฉะนั้นการปลูกปะการังจึงเป็นการช่วยเร่งให้ปะการังฟื้นตัวและขยายพันธุ์มากขึ้น
จะว่าไปมันก็เป็นแนวทางเดียวการปลูกป่าที่มนุษย์เป็นตัวช่วยเร่งการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก

หลังจากทำการทดลองปลูกปะการังในท่อพีวีซี
จนมีชื่อเสียงและมีคนยอมรับ
อ.ประสานกับทีมงานนักวิจัยและลูกศิษย์ จึงได้ร่วมกับ ICEF
ทำการทดลองปลูกปะการังในสถานที่จริง(นอกแปลงทดลอง)ขึ้นที่อ่าวหน้าเกาะหวายปะการัง
รีสอร์ท แห่งเกาะหวาย หมู่เกาะช้าง จ.ตราด
โดยการขยายพันธุ์ปะการังในแปลงพีวีซีในขั้นต้นนี้จะเลือกขยายพันธุ์เฉพาะแต่ปะการังเขากวางเท่านั้น
อันที่จริงจากการทดลอง ณ วันนี้
นอกจากปะการังเขากวางแล้ว
ยังมีปะการังอีกหลายชนิดสามารถขยายพันธุ์ได้ดีในท่อพีวีซี
แต่เหตุที่เลือกปลูกเฉพาะปะการังเขากวาง
เพราะนี่เป็นปะการังนำร่อง
เนื่องจากปะการังเขากวางสามารถเติบโตขยายพันธุ์ด้วยตัวมันเองได้เร็ว
เมื่อปะการังเขากวางโต ก็จะมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เช่น ปู ปลา
กุ้ง หอย เข้ามาอยู่อาศัย
นอกจากนี้การเติบโตของปะการังเขากวางยังกระตุ้นให้ปะการังชนิดอื่นในพื้นเติบโตตามอีกด้วย
โดยปะการังเขากวาง 1 ต้น สามารถขยายพันธุ์เพิ่มได้ถึง 28-30
ต้น เลยทีเดียว
อ.ประสานกล่าว พร้อมกับบอกว่า
สำหรับการแปลงทดลองขยายพันธุ์ปะการังในท่อพีวีซีที่เกาะหวายมี
2 แบบ คือแปลงกิ่งพันธุ์เพื่อการฟื้นฟู จะมี 43 ต้นต่อแปลง
และแปลงกิ่งพันธุ์ที่ใช้เป็นแม่พันธุ์จะมี 14 ต้นต่อแปลง
ซึ่งการปลูกปะการังในท่อพีวีซีนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ
เริ่มจากการนำปะการังขึ้นมาจากแปลงอนุบาล
แล้วตัดหรือหักกิ่งปะการัง(กิ่งเล็กๆ)ที่จะใช้ขยายพันธุ์
ทำรหัสประจำปะการัง(เพื่อใช้ในการสืบค้นในอนาคต)
จากนั้นจึงปักกิ่งปะการังในท่อพีวีซีแล้วทำการยึดด้วยน้อต
ก่อนนำไปยึดในแปลงพีวีซี
แล้วจึงให้นักดำน้ำนำไปจัดเรียงและปลูกใต้ท้องทะเลต่อไป
และด้วยความที่อ่าวหน้าเกาะหวาย
ปะการังฯ มีสภาพน้ำใส สะอาด อุณหภูมิเหมาะสม คลื่นลมไม่แรง
จึงทำให้แปลงปะการังเขากวางที่ปลูก ได้ผลเติบโตสมบูรณ์เกิดคาด
โดยระยะเวลา 2 ปีที่ปลูก ปะการังจะโตเฉลี่ยถึงราวๆ 1 ฟุต
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สุพรชัย(ผู้จัดการโครงการ)และ
อ.ประสานมีความคิดว่า
ในอนาคตอันใกล้นี้น่าที่จะมีการจัดทำโครงการธนาคารปะการัง(Coral
Bank)ขึ้น โดยใช้ปะการังจากแปลงที่เกาะหวายและที่หาดแสมสาร
เพื่อใช้สำหรับการทดลองขยายพันธุ์ตามพื้นที่ต่างๆทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่
เมื่อมีธนาคารปะการังเกิดขึ้น
ใครที่ต้องการทดลองขยายพันธุ์ปะการังขอสามารถติดต่อขอมาได้
แต่เมื่อนำปะการังที่เพาะไว้ไปปลูกทางฝั่งอันดามันหรือพื้นที่อื่นๆ
บางทีอาจจะไม่เติบโต
หรืออาจจะเติบโตได้ดีกว่าทะเลทางเกาะช้างก็ได้
เพราะมันมีสภาพพื้นที่ต่างกัน
ซึ่งหากใครจะนำไปปลูกควรทำการศึกษาวิจัยสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นเสียก่อนสุพรชัยกล่าว
นอกจากการขยายพันธุ์ปะการังแล้ว
โครงการศูนย์การเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ฯ
ยังมีการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลอีกหลายอย่าง อาทิ
การอนุบาลสัตว์น้ำหายาก การปล่อยเต่าทะเล ปลาการ์ตูน
หอยเป๋าฮื้อ ดอกไม้ทะเล และอื่นๆ
รวมไปถึงการจัดสร้างศูนย์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลขึ้น
สำหรับศูนย์แห่งนี้เป็นอาคาร 8 เหลี่ยม เปิดโล่ง
อันถือเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งเกาะหวาย
สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ อบรม จัดนิทรรศการ
อบรม และให้ข้อมูลต่างเกี่ยวกับทรัพการทางทางทะเล
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นักวิชาการ
ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ดำน้ำ นักท่องเที่ยว เยาวชน
และประชาชนที่สนใจ
โดย วรสิทธิ์ โรจนพานิช ผู้อำนวยการ
อพท. กล่าวว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ทางอพท.
จึงให้การสนับสนุนการจัดสร้างศูนย์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเลขึ้นในหมู่เกาะช้าง
2 แห่ง คือที่ เกาะหวาย และเกาะรัง โดยในอนาคต
ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะไปดำน้ำ
จะเปิดให้คณะที่สนใจมาทำการเรียนรู้เกี่ยวกับการดำน้ำที่ถูกวิธี
การอนุรักษ์ ทรัพยากรทางทะเลในศูนย์ทั้ง 2 แห่ง
โดยใครใกล้จุดไหนก็ไปที่นั่น
ซึ่งเมื่ออบรมเสร็จแล้วก็จะมีประกาศนียบัตรให้เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดความภูมิใจ
ศูนย์แห่งนี้
สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเล
เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์และหวงแหนธรรมชาติต่อนักท่องเที่ยว
เพราะสิ่งสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติว่า ก็คือ
การปลูกจิตสำนึกนั่นเอง
ผู้อำนวยการ อพท.กล่าวทิ้งท้าย