"อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน"
ที่ว่านั้นอยู่เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศ
อาณาเขตครอบคลุมจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์
เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี
มีสโลแกนกิจกรรมต่างๆ ว่า
ส่งตะวัน นอนนับดาว เฝ้าดูหมอก
ออกดูนก ที่แก่งกระจาน และ
ผู้จัดการท่องเที่ยว
ก็ได้ทำทุกอย่างตามสโลแกนนั้นจริงๆ
เริ่มต้นการเดินทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน
และมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เขาพะเนินทุ่ง
ระหว่างเส้นทางที่ผ่านมานี้ก็จะได้เห็นฝูงผีเสื้อที่เกาะอยู่ตามลำธาร
หรือบริเวณที่มีแอ่งน้ำ
ซึ่งที่แก่งกระจานนี้ถือเป็นแหล่งดูผีเสื้อระดับนานาชาติ
มีทั้งผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า
ผีเสื้อกะลาสีธรรมดา ผีเสื้อช่างร่อน ผีเสื้อตาลหนามใหญ่ ฯลฯ
ซึ่งทั้งหมดนี้ ผู้จัดการท่องเที่ยว
แยกไม่ออกหรอกว่าตัวไหนพันธุ์อะไร ต้องอาศัยถามผู้เชี่ยวชาญเอา
แต่ที่รู้ๆ ก็คือ นักดูผีเสื้อต้องชอบใจแน่นอน
โดยบริเวณที่จะพบผีเสื้อได้มากที่สุดก็จะอยู่แถวๆ
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.4 (บ้านกร่าง)
และบนเส้นทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง

เราหยุดแวะพักที่บ้านกร่างแคมป์ชั่วครู่
เพราะต้องให้ถึงเวลาที่อนุญาตให้ขับรถขึ้นสู่พะเนินทุ่งได้
เหตุที่ต้องจัดเวลาขึ้นและลงสู่เขาพะเนินทุ่งก็เนื่องจากเส้นทางด้านบนนั้นค่อนข้างแคบ
รถสวนกันลำบาก ดีไม่ดีอาจจะเบียดกันตกเขาก็เป็นได้
นักท่องเที่ยวบางคนเลือกหยุดพักที่บริเวณบ้านกร่างแคมป์
เพราะตรงจุดนี้ก็เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ มีนกป่ามากกว่า 400
ชนิด รวมถึงผีเสื้อกว่า 250 ชนิดอีกด้วย
มีลานกางเต็นท์และห้องน้ำให้ใช้บริการพร้อม
แต่
ผู้จัดการท่องเที่ยว
ยังยืนยันจะไปต่อยังเขาพะเนินทุ่ง
ดังนั้นเมื่อได้เวลาเราจึงเดินทางกันต่อ
โดยระหว่างทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งคนขับใจดีก็หยุดรถให้เราถ่ายรูปทิวทัศน์สวยงามข้างทาง
บรรดาตากล้องต่างกดชัตเตอร์กันจนเป็นที่พอใจแล้วจึงเก็บกล้องเตรียมขึ้นรถเดินทางต่อ
แต่ก็พลาดไปเพียงนิดเดียวเพราะนายแบบ-นางแบบเพิ่งมาถึง!!
นั่นก็คือนกเงือกผัวเมียคู่หนึ่งที่กำลังบินเอื่อยๆ คู่กันมา
มองเห็นจะงอยปากสีเหลืองสดใสมาแต่ไกล
ก่อนจะบินลับหายไปหลังต้นไม้ใหญ่
งานนี้แม้ช่างภาพที่มือไวที่สุดก็ยังจับภาพได้แค่บั้นท้ายและขาอ่อนของนางแบบเท่านั้นเอง
หลังจากพลาดหวังจากนกเงือก
ไม่นานนักเราก็เดินทางมาถึงจุดกางเต็นท์พะเนินทุ่ง
เก็บข้าวเก็บของภายในเต็นท์แล้วก็ออกมาเดินสำรวจทัศนียภาพรอบๆ
จุดกางเต็นท์กัน และที่นี่เราก็ได้เจอนายแบบอีกตัวหนึ่ง
นั่นก็คือค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาโชว์ตัวห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ใกล้กับจุดกางเต็นท์เลยทีเดียว
ค่างตัวนี้มาเกาะต้นไม้สังเกตการณ์อยู่พักหนึ่ง
ก่อนจะกระโดดขึ้นต้นไม้หายไป
เจ้าค่างแว่นถิ่นใต้นี้ก็มีลักษณะตามชื่อของมันคือมีวงกลมสีขาวรอบตาเหมือนกับใส่แว่น
ท่าทางเหมือนค่างคงแก่เรียน ลำตัวและแขนขามีขนสีเทาปกคลุม
แต่ก็แปลกดีที่ลูกของค่างแว่นนั้นมีขนสีเหลืองทองเหมือนกับลิงที่เขาเอามาห้อยไว้ตามกิ่งไม้เวลาทอดผ้าป่า
แต่เมื่อโตขึ้นก็จะมีสีเทาเหมือนแม่ของมัน
ถ่ายรูปค่างแว่นถิ่นใต้กันเป็นที่สนุกสนานไปแล้วพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ
จนใกล้จะลับขอบฟ้า
เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่อไปก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกกันที่จุดชมวิวพะเนินทุ่ง
ส่งพระอาทิตย์ให้ไปพักผ่อนที่ฝั่งพม่า
ก่อนจะขึ้นมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นที่ฝั่งไทย

เมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้า
อากาศก็เริ่มเย็นลงๆ แม้จะไม่ถึงกับหนาวจัดอย่างบนยอดดอย
แต่ก็ต้องใช้เสื้อกันหนาวให้ความอบอุ่น เมื่อฟ้ามืดสนิทไม่นาน
ดาวก็เริ่มส่องแสงเกลื่อนฟ้าเสียจน ผู้จัดการท่องเที่ยว
อยากจะร้องเพลงคืนที่ดาวเต็มฟ้า ของปราโมทย์ วิเลปะนะ
ออกมาดังๆ ถ้าไม่กลัวจะรบกวนเพื่อนบ้านเต็นท์ข้างเคียง
แต่หลังจากที่ดาวเกลื่อนฟ้าอยู่ได้สักพัก
พระจันทร์ขาใหญ่ก็โผล่พ้นมาจากขอบฟ้า
เล่นเอาดาวหนีหน้าหายไปเป็นแถบๆ
คืนนั้น ผู้จัดการท่องเที่ยว
นอนหลับสบายอยู่ใต้ดวงจันทร์และดวงดาว
ก่อนที่จะตื่นแต่เช้าเพื่อไปรับพระอาทิตย์ขึ้น
ก็ไม่รู้ว่าพระอาทิตย์จะมาถูกหรือเปล่าถ้าหากว่าเราไม่ไปรับไปส่งทั้งเช้าทั้งเย็นอย่างนี้
การตื่นแต่เช้าที่เขาพะเนินทุ่งนี้
นอกจากจะได้รับตะวันแล้ว ก็ยังจะได้ชมทะเลหมอกอันงดงามอีกด้วย
เราเดินกลับมายังบริเวณจุดชมวิวพะเนินทุ่งที่เดิมกับที่ส่งตะวันเมื่อวานนี้
เมื่อมองลงไปจะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน
เบื้องล่างเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์
แต่ในเช้าวันนี้กลับถูกบดบังด้วยสายหมอกหนาเป็นปุย
น่าลงไปแหวกว่ายเล่น แต่หากใครทำเช่นนั้นคงถึงตาย
เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือยืนชมอยู่เงียบๆ
ให้ลมพัดสายหมอกฟุ้งขึ้นมาปะทะหน้าจนเย็นฉ่ำ
และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มส่องแสง
นั่นก็เป็นนาทีทองของนักดูนก
ต้องบอกก่อนว่าผืนป่าแก่งกระจานแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักดูนกเลยทีเดียว
มีรายงานการสำรวจพบนกเกือบ 400 ชนิด
โดยเฉพาะนกเงือกซึ่งในประเทศไทยมีทั้งหมด 12 ชนิด นั้น
พบได้ที่ป่าแก่งกระจานถึง 6 ชนิด เลยทีเดียว
นอกจากนั้นยังมีพระเอกเป็นนกกะลิงเขียดหางหนาม
ซึ่งมีรายงานการพบครั้งแรกในประเทศไทยที่อุทยานแห่งนี้
รวมทั้งยังมีนกหายากต่างๆ อีกมากมาย ทั้งนกเงือก นกกก นกแก๊ก
นกพญาปากกว้างหางยาว นกพญาปากกว้างอกน้ำเงิน ฯลฯ
อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่ได้มีความน่าสนใจแต่เพียงเท่านี้
แต่ยังมีอีกมากมายหลายสิ่ง เช่น เขื่อนแก่งกระจาน
เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
และมีบรรยากาศสงบร่มรื่น
ส่วนด้านบนอุทยานฯ
ก็มีน้ำตกทอทิพย์ น้ำตกขนาดใหญ่ 9 ชั้น
ที่ต้องเดินเท้าลงไปตามเส้นทางอีก 4 กิโลเมตรถึงตัวน้ำตก
เดินลงน้ำตกย่อมง่ายกว่า
เพราะฉะนั้นขากลับจึงใช้วิธีล่องแพไปออกแม่น้ำเพชรบุรี
นักผจญภัยน่าจะชอบเส้นทางนี้ ส่วนลานหนุมาน หรือเขาปะการัง
ก็น่าสนใจตรงที่ลักษณะของภูเขาเป็นหินที่มีรูปร่างลักษณะแปลกตาคล้ายปะการัง
บริเวณนี้มีลิง ค่างและชะนี เป็นจำนวนมาก
และยังเป็นสถานที่ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง
นอกจากนั้นก็ยังมี
น้ำตกป่าละอู อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความสูง 16
ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี
เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของหัวหิน