ใสกิ๊ก 100% แค่คลิก

สนใจลงโฆษณาในหน้าท่องเที่ยวติดต่อ 0816555088

 

 

“แก่งกระจาน” ผืนป่าธรรมชาติเพื่อผู้รักการท่องเที่ยว

 

        "อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน" ที่ว่านั้นอยู่เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศ อาณาเขตครอบคลุมจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี มีสโลแกนกิจกรรมต่างๆ ว่า “ส่งตะวัน นอนนับดาว เฝ้าดูหมอก ออกดูนก ที่แก่งกระจาน” และ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” ก็ได้ทำทุกอย่างตามสโลแกนนั้นจริงๆ

       เริ่มต้นการเดินทางจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยาน และมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่
เขาพะเนินทุ่ง ระหว่างเส้นทางที่ผ่านมานี้ก็จะได้เห็นฝูงผีเสื้อที่เกาะอยู่ตามลำธาร หรือบริเวณที่มีแอ่งน้ำ ซึ่งที่แก่งกระจานนี้ถือเป็นแหล่งดูผีเสื้อระดับนานาชาติ มีทั้งผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อกะลาสีธรรมดา ผีเสื้อช่างร่อน ผีเสื้อตาลหนามใหญ่ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนี้ “ผู้จัดการท่องเที่ยว” แยกไม่ออกหรอกว่าตัวไหนพันธุ์อะไร ต้องอาศัยถามผู้เชี่ยวชาญเอา แต่ที่รู้ๆ ก็คือ นักดูผีเสื้อต้องชอบใจแน่นอน โดยบริเวณที่จะพบผีเสื้อได้มากที่สุดก็จะอยู่แถวๆ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ กจ.4 (บ้านกร่าง) และบนเส้นทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง

         เราหยุดแวะพักที่บ้านกร่างแคมป์ชั่วครู่ เพราะต้องให้ถึงเวลาที่อนุญาตให้ขับรถขึ้นสู่พะเนินทุ่งได้ เหตุที่ต้องจัดเวลาขึ้นและลงสู่เขาพะเนินทุ่งก็เนื่องจากเส้นทางด้านบนนั้นค่อนข้างแคบ รถสวนกันลำบาก ดีไม่ดีอาจจะเบียดกันตกเขาก็เป็นได้ นักท่องเที่ยวบางคนเลือกหยุดพักที่บริเวณบ้านกร่างแคมป์ เพราะตรงจุดนี้ก็เป็นแหล่งดูนกที่สำคัญ มีนกป่ามากกว่า 400 ชนิด รวมถึงผีเสื้อกว่า 250 ชนิดอีกด้วย มีลานกางเต็นท์และห้องน้ำให้ใช้บริการพร้อม

          แต่
“ผู้จัดการท่องเที่ยว” ยังยืนยันจะไปต่อยังเขาพะเนินทุ่ง ดังนั้นเมื่อได้เวลาเราจึงเดินทางกันต่อ โดยระหว่างทางขึ้นเขาพะเนินทุ่งคนขับใจดีก็หยุดรถให้เราถ่ายรูปทิวทัศน์สวยงามข้างทาง บรรดาตากล้องต่างกดชัตเตอร์กันจนเป็นที่พอใจแล้วจึงเก็บกล้องเตรียมขึ้นรถเดินทางต่อ แต่ก็พลาดไปเพียงนิดเดียวเพราะนายแบบ-นางแบบเพิ่งมาถึง!! นั่นก็คือนกเงือกผัวเมียคู่หนึ่งที่กำลังบินเอื่อยๆ คู่กันมา มองเห็นจะงอยปากสีเหลืองสดใสมาแต่ไกล ก่อนจะบินลับหายไปหลังต้นไม้ใหญ่ งานนี้แม้ช่างภาพที่มือไวที่สุดก็ยังจับภาพได้แค่บั้นท้ายและขาอ่อนของนางแบบเท่านั้นเอง

          หลังจากพลาดหวังจากนกเงือก ไม่นานนักเราก็เดินทางมาถึงจุดกางเต็นท์พะเนินทุ่ง เก็บข้าวเก็บของภายในเต็นท์แล้วก็ออกมาเดินสำรวจทัศนียภาพรอบๆ จุดกางเต็นท์กัน และที่นี่เราก็ได้เจอนายแบบอีกตัวหนึ่ง นั่นก็คือค่างแว่นถิ่นใต้ที่ออกมาโชว์ตัวห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ใกล้กับจุดกางเต็นท์เลยทีเดียว ค่างตัวนี้มาเกาะต้นไม้สังเกตการณ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกระโดดขึ้นต้นไม้หายไป

        เจ้าค่างแว่นถิ่นใต้นี้ก็มีลักษณะตามชื่อของมันคือมีวงกลมสีขาวรอบตาเหมือนกับใส่แว่น ท่าทางเหมือนค่างคงแก่เรียน ลำตัวและแขนขามีขนสีเทาปกคลุม แต่ก็แปลกดีที่ลูกของค่างแว่นนั้นมีขนสีเหลืองทองเหมือนกับลิงที่เขาเอามาห้อยไว้ตามกิ่งไม้เวลาทอดผ้าป่า แต่เมื่อโตขึ้นก็จะมีสีเทาเหมือนแม่ของมัน


       ถ่ายรูปค่างแว่นถิ่นใต้กันเป็นที่สนุกสนานไปแล้วพระอาทิตย์ก็เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อยๆ จนใกล้จะลับขอบฟ้า เพราะฉะนั้นกิจกรรมต่อไปก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกกันที่จุดชมวิวพะเนินทุ่ง ส่งพระอาทิตย์ให้ไปพักผ่อนที่ฝั่งพม่า ก่อนจะขึ้นมาใหม่ในวันรุ่งขึ้นที่ฝั่งไทย


      เมื่อพระอาทิตย์ลับฟ้า อากาศก็เริ่มเย็นลงๆ แม้จะไม่ถึงกับหนาวจัดอย่างบนยอดดอย แต่ก็ต้องใช้เสื้อกันหนาวให้ความอบอุ่น เมื่อฟ้ามืดสนิทไม่นาน ดาวก็เริ่มส่องแสงเกลื่อนฟ้าเสียจน “ผู้จัดการท่องเที่ยว” อยากจะร้องเพลงคืนที่ดาวเต็มฟ้า ของปราโมทย์ วิเลปะนะ ออกมาดังๆ ถ้าไม่กลัวจะรบกวนเพื่อนบ้านเต็นท์ข้างเคียง แต่หลังจากที่ดาวเกลื่อนฟ้าอยู่ได้สักพัก พระจันทร์ขาใหญ่ก็โผล่พ้นมาจากขอบฟ้า เล่นเอาดาวหนีหน้าหายไปเป็นแถบๆ

     คืนนั้น “ผู้จัดการท่องเที่ยว” นอนหลับสบายอยู่ใต้ดวงจันทร์และดวงดาว ก่อนที่จะตื่นแต่เช้าเพื่อไปรับพระอาทิตย์ขึ้น ก็ไม่รู้ว่าพระอาทิตย์จะมาถูกหรือเปล่าถ้าหากว่าเราไม่ไปรับไปส่งทั้งเช้าทั้งเย็นอย่างนี้

      การตื่นแต่เช้าที่เขาพะเนินทุ่งนี้ นอกจากจะได้รับตะวันแล้ว ก็ยังจะได้ชมทะเลหมอกอันงดงามอีกด้วย เราเดินกลับมายังบริเวณจุดชมวิวพะเนินทุ่งที่เดิมกับที่ส่งตะวันเมื่อวานนี้ เมื่อมองลงไปจะเห็นทิวเขาสลับซับซ้อน เบื้องล่างเป็นป่าอันอุดมสมบูรณ์ แต่ในเช้าวันนี้กลับถูกบดบังด้วยสายหมอกหนาเป็นปุย น่าลงไปแหวกว่ายเล่น แต่หากใครทำเช่นนั้นคงถึงตาย เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือยืนชมอยู่เงียบๆ ให้ลมพัดสายหมอกฟุ้งขึ้นมาปะทะหน้าจนเย็นฉ่ำ

     และเมื่อพระอาทิตย์เริ่มส่องแสง นั่นก็เป็นนาทีทองของนักดูนก ต้องบอกก่อนว่าผืนป่าแก่งกระจานแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักดูนกเลยทีเดียว มีรายงานการสำรวจพบนกเกือบ 400 ชนิด โดยเฉพาะนกเงือกซึ่งในประเทศไทยมีทั้งหมด 12 ชนิด นั้น พบได้ที่ป่าแก่งกระจานถึง 6 ชนิด เลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีพระเอกเป็นนกกะลิงเขียดหางหนาม ซึ่งมีรายงานการพบครั้งแรกในประเทศไทยที่อุทยานแห่งนี้ รวมทั้งยังมีนกหายากต่างๆ อีกมากมาย ทั้งนกเงือก นกกก นกแก๊ก นกพญาปากกว้างหางยาว นกพญาปากกว้างอกน้ำเงิน ฯลฯ

       อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไม่ได้มีความน่าสนใจแต่เพียงเท่านี้ แต่ยังมีอีกมากมายหลายสิ่ง เช่น เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง และมีบรรยากาศสงบร่มรื่น


        ส่วนด้านบนอุทยานฯ ก็มีน้ำตกทอทิพย์ น้ำตกขนาดใหญ่ 9 ชั้น ที่ต้องเดินเท้าลงไปตามเส้นทางอีก 4 กิโลเมตรถึงตัวน้ำตก เดินลงน้ำตกย่อมง่ายกว่า เพราะฉะนั้นขากลับจึงใช้วิธีล่องแพไปออกแม่น้ำเพชรบุรี นักผจญภัยน่าจะชอบเส้นทางนี้ ส่วนลานหนุมาน หรือเขาปะการัง ก็น่าสนใจตรงที่ลักษณะของภูเขาเป็นหินที่มีรูปร่างลักษณะแปลกตาคล้ายปะการัง บริเวณนี้มีลิง ค่างและชะนี เป็นจำนวนมาก และยังเป็นสถานที่ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

        นอกจากนั้นก็ยังมี น้ำตกป่าละอู อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีความสูง 16 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของหัวหิน
 

 

 

ที่มา :   การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย