logo-madoo.com Thaland Web Stat  
  starnews  
 


"ตูน บอดี้สแลม" แบไต๋หัวใจรับ "ก้อย" เป็นแฟนแล้ว

"ตูน" รับ "ก้อย" เจอพ่อแม่แล้ว แบไต๋ความในใจเรียกฝ่ายหญิงว่าแฟนแล้ว ลุ้นอนาคตเป็นคนที่ใช่ เผยประทับใจตอนมาเฝ้าที่โรงพยาบาล และถึงเด็กกว่าก็มีมุมสอนให้ตนคิดได้ พร้อมปัดฝ่ายหญิงถูกแฟนคลับตนแอนตี้
       
       เป็นนักร้องหนุ่มร็อกกระจาย ที่ล่าสุดขึ้นคอนเสิร์ตโยกมันส์สะใจไปหน่อย เลยทำให้หมอนรองกระดูกคอเคลื่อน ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในคืนวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตลอดเวลาที่นักร้องหนุ่ม "ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย" หรือ "ตูน บอดี้สแลม" พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล มีตาดีเห็นนางเอกสาว “ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ” ไปเฝ้าดูแลถึงขอบเตียงทุกวัน แถมยังมีโอกาสได้พบพ่อกับแม่ของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว เมื่อสอบถามหนุ่ม “ตูน” ถึงเรื่องนี้ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง พร้อมแจงสัมพันธ์กับนางเอกสาวอยู่ในขั้นแฟนแล้ว
       
       "ใช่ครับ ก้อยเจอพ่อแม่ผมแล้ว เพราะพ่อแม่ผมท่านมาเฝ้าทุกวัน ทุกคนก็ได้เจอคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว ถ้าถามถึงท่าทีของพ่อกับแม่ ท่านก็ปกตินะครับ พ่อแม่ผมรู้สึกดีกับทุกคนที่เข้ามาในชีวิตผมอยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ส่วนที่ก้อยมาดูแลผมก็รู้สึกดีนะ ผมว่าเวลาป่วยทุกคนต้องการกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อน ญาติ พี่ น้อง แฟน ทุกคนต้องการหมด ผมรู้สึกจิตตกเวลาป่วย (หัวเราะ) คิดโน่นคิดนี่ นอนอยู่บนเตียงขยับตัวไม่ได้ 1-2 คิดเยอะจนถึงขั้นเครียด แต่ว่าได้กำลังใจจากเพื่อนร่วมงานที่แกรมมี่ เพื่อนในวง และญาติ พี่ น้อง ที่เดินทางมาจากจังหวัด"
       
       "แต่ก้อยก็มีงานเยอะ เขามีงานทุกวันเลย เขาบ้างาน เวลาที่เขาว่าง ถึงจะมีเวลาปลีกมา ซื้อขนมมาให้ เขาก็มาเกือบทุกวัน ถามว่าก้อยมาเฝ้าทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาไหม ก็จริงๆ ก็ถือว่าคุยกันเยอะขึ้น รู้สึกดีมากขึ้น เรียกว่าแฟนไหม ผมเป็นผู้ชายพูดคงไม่มีดีเนอะ (คิดอะไร) ความรู้สึกผม....เขาคือแฟน แต่ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกไหม แต่รู้สึกดีเหมือนกันทั้งคู่ที่ได้คุยกัน ได้รู้จักกันมากขึ้น ผมคุยกับเขาก็อยากศึกษาให้เต็มที่แค่คนเดียว ไม่ได้คุยหลายคนแล้วก็เลือก อย่างนั้นไม่เวิร์คแน่ๆ คุยแค่คนเดียวรู้สึกว่าเราประทับใจ เพราะเขาเด็กกว่าผมหลายปีเหมือนกัน ในความเป็นเด็กของเขาก็มีมุมที่บางทีสอนเราโดยที่เขาไม่รู้ตัวเหมือนกัน อย่างหลายๆ เรื่องเขาให้แง่คิดเราได้ ซึ่งเราดีใจ"
       
       "แต่ไอ้เรื่องว่าคนนี้จะใช่หรือยัง ใช่ไม่ใช่ยังไงก็ต้องดูไปอีกยาวๆ ผมอายุ 18 เองตอนนี้ (หัวเราะ) ถามว่าใช่ไหม มันก็ใช่ในแต่ละช่วงเวลา ตอนเราอายุ 18 ก็มีความใช่ของเราอีกแบบนึง เราอายุ 30 มันก็มีความใช่อีกแบบนึง มันต้องดูกันไป ถามว่าอยากแต่งงานไหม ทุกคนอยากมีครอบครัว แต่ต้องลองศึกษาก่อน ผมยังไม่ได้กะเกณฑ์ว่าจะต้องแต่งเมื่อไหร่ อยากทำงานก่อน ให้ความสำคัญกับตรงนี้มากที่สุด”
       
       “เรื่องความหวานผมว่าปกติทั่วไป ซึ่งการที่เราจะศึกษาใครหรือจะมีแฟน แต่ไอ้เรื่องโลกส่วนตัวเรามีเยอะ เราก็ต้องแชร์ความรู้สึกกันแน่นอน ถ้าสมมติเราคิดจะมีแฟน เราต้องแชร์ มันคงไม่เวิร์คแน่ถ้าเราจะเห็นแก่ตัว ส่วนตัวผมถ้ามีแฟนแล้วก็อยากให้ชีวิตปกติ แต่ว่าต้องเข้าใจในมุมก้อยจะเป็นคนมีชื่อเสียงมาก ต้องถามเขาว่าแฮปปี้ไหม ต้องแชร์กัน"
       
       รับฝ่ายหญิงกังวลหลังมีภาพหลุดควงกันไปดูหนังโผล่ พร้อมปัดไม่รู้เรื่องแฟนคลับแอนตี้ในการคบหา “ก้อย”
       
       "เรื่องดูหนังก็เป็นปกติของชีวิต แต่ก้อยจะกังวลครับ เขาเป็นผู้หญิงก็ต้องดูแลภาพลักษณ์ ต้องไปห้ามคนที่ถ่าย (หัวเราะ) แต่คิดว่าครอบครัวก้อยก็คงโอเค เพราะผมเคยเจอคุณแม่เขาแค่ผ่านๆ แม่เขาใจดีมาก เป็นไอดอลผมอีกคนนึงเลย"
       
       "ส่วนเรื่องแฟนคลับผมแอนตี้เขา เรื่องนี้ผมยังไม่ทราบเลย แฟนคลับรักบอดี้สแลมจากตัวงานมากกว่านะ ผมเคยมีโอกาสได้คุยกับแฟนเพลง หลายคนก็บอกว่าไม่แคร์ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบไหน มีแฟนกี่คน ตราบใดที่เรายังร้องเพลงให้เขา ไม่ได้เป็นคนเลว ไม่ได้เสพยา เขาไม่แคร์ ซึ่งผมโชคดีมากที่มีแฟนเพลงอย่างนี้ แต่เพราะด้วยผมไม่ค่อยดูข่าวบันเทิงอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่ชอบดู แต่ไม่มีเวลาดู ผมไม่เป็นคนคิดเยอะ แต่ว่าถ้าเราไว้ใจ ถ้าเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่เราเลือกที่จะคุย ก็ควรที่จะให้เกียรติเขา ดีกว่าที่จะมานั่งคิด มันไม่มีความสุขหรอก"
       
       ส่วนกับคอนเสิร์ตใหญ่ "BODYSLAM LIVE IN คราม" ที่จะระเบิดความมันส์ในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เจ้าตัวบอกถ้าถึงวันนั้นคงเกินร้อย แต่ตอนนี้หมอสั่งให้เก็บตัวพักฟื้นไปก่อน
       
       "วันนั้นคงเกินร้อย จริงๆ อาการที่คอคุณหมอให้พักฟื้นประมาณ 1 เดือน หลังจากนี้มีเวลาอีก 3 เดือน ซึ่งผมคิดว่ามันเพียงพอที่จะให้มันกลับมาหายดีและฟิตสมบูรณ์ แต่ก็แน่นอนที่เราจะต้องกังวลเรื่องของอาการ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของกายภาพบำบัด ฟื้นฟู ต้องใกล้เวลาไม่รีบร้อน ซึ่งหมอบอกว่าสาเหตุเกิดจากที่เราเล่นคอนเสิร์ตหนักหน่วงไปหน่อย เราโยกคอด้วยความไม่รู้ว่ามันมีโอกาสที่จะสึกกร่อนขนาดนี้ แต่พอรู้แล้วก็จะโยกน้อยลง"
       
       "อาการตอนนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แล้วครับ เริ่มที่จะขยับองศาคอได้มากขึ้น แต่คุณหมอก็ยังกำชับอยู่ว่าช่วงแรกๆ อยากให้ใส่ปลอกคอตลอด พยายามไปกายภาพทุกวัน ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตด้วย ไม่เฉพาะบนเวที คุณหมอก็เตือนตามสภาพอากาศ แต่เรื่องพักงานตอนนี้ก็ต้องพักอยู่แล้วครับ เพื่อที่จะเก็บแรงไว้ในงานคอนเสิร์ตที่จะถึง ซึ่งตอนนี้ก็สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ให้คุณหมอประเมินและประมาณว่า เราพร้อมที่จะโชว์หรือยัง ก็อยู่ในช่วงของการเก็บตัวครับ"

ที่มา : www.manager.co.th