|

หลังจากที่"แคล"
โต้ข่าวควง "หนุ่ม" สวีตหวานอเมริกา
รับไปกันจริงแต่ไปแค่ทำงานไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่เป็นข่าว
เผยสัมพันธ์แค่พี่ร่วมวงการไม่มีสิทธิ์คืบหน้าแน่นอน
ก่อนปัดข่าวมั่วคั่ว "สิงห์ สคีซแอนิมอล"
บอกฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้วไม่ขอยุ่งเกี่ยว
เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องสาวที่มีข่าวฉาวกับหนุ่มๆ
ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ "แคล-แคลอรีน
นีมะโยธิน" ที่ล่าสุดมีข่าวว่าแอบควงนักร้องหนุ่ม
"หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์"
ไปเที่ยวไกลถึงอเมริกา
ทำให้หลายคนต่างสงสัยถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่
ล่าสุดมีโอกาสเจอหน้าสาวแคลที่งานเปิดอัลบั้ม
"PRINCE(พรินซ์)" เธอเลยขอออกมาเปิดใจว่าข่าวสวีตหวานกับ
"หนุ่ม ศรราม"
ถึงอเมริกาไม่เป็นความจริง
"ข่าวกับพี่หนุ่มนั้นมันไม่เป็นความจริงเลย ไม่มีอะไรเลยจริงๆ คือแคลไปทำงานที่อเมริกาเพิ่งไปทัวร์คอนเสิร์ตมา
เพราะฉะนั้นภาพหรืออะไรที่มันจะมีออกมาก็มาจากงานคอนเสิร์ตทั้งนั้น
ไม่มีภาพอื่นแน่นอน
คือวันนั้นที่เราเดินทางไปทำงานนั้นก็ยอมรับว่าเราไปพร้อมกัน
แต่ไม่ได้ไปกันแค่สองคนนะค่ะ"
"แคลก็ไปทัวร์คอนเสิร์ตพร้อมกับพี่หนุ่มพอดี อีกอย่างแคลก็ถือโอกาสกับไปเยี่ยมครอบครัวที่นั่นด้วยเลย
แต่อยากจะบอกว่าหลังจากที่เรากลับมากเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย แคลไม่มีเบอร์พี่หนุ่มและพี่หนุ่มก็ไม่มีเบอร์แคลด้วย
คือเราต่างคนก็ต่างทำงานเท่านั้นและเราก็ไม่ได้สนิทอะไรถึงขั้นที่จะต้องคุยอะไรกันมากด้วย"
"กับพี่หนุ่มแคลก็นับถือพี่เขา เป็นพี่ในวงการเท่านั้น
มันไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน เพราะว่าเขาเป็นพี่ที่แคลนับถือเท่านั้น
ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้แน่นอน
ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะโสดก็ตาม(หัวเราะ) มันก็จะไม่มีแน่นอน"
ต่อข้อถามที่ว่าระหว่างที่ไปทัวร์คอนเสิร์ตด้วยกัน
ฝ่ายชายมีท่าทีเข้ามาจีบบ้างหรือไม่ นักแสดงสาวเผยว่า.."ไม่ทราบค่ะ
อันนี้ต้องลองไปถามพี่หนุ่มเขาดูเอาเองนะว่าเขาเข้ามาจีบหรือเปล่า(หัวเราะ)
เอาเป็นว่าอย่ามาพูดกันเรื่องนี้เลย แคลรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ถ้าจะมามีข่าวกับผู้ชายเยอะแบบนี้"
เผยความสัมพันธ์กับนักร้องหนุ่มชื่อดัง "สิงห์ สควีซแอนิมอล"
นั้นเป็นแค่เพื่อน บอกฝ่ายชายมีแฟนอยู่แล้วตนไม่ขอยุ่ง...
"ส่วนสัมพันธ์กับสิงห์นั้นเราก็เป็นเพื่อนสนิทกันค่ะ
เราก็คุยกันมาอยู่เรื่อยๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรกันค่ะและอย่างที่แคลเคยบอกว่าสิงห์เขาก็มีแฟนของเขาอยู่แล้วและพอเวลามีข่าวแบบนี้ออกมาคนที่เขาคบอยู่เขาจะรู้สึกอย่างไร
แคลอยากจะขอเคลียร์ตรงนี้เลยว่าเราไม่มีอะไรเลยจริงๆ"
 ที่มา
: ผู้จัดการออนไลน์
|