|

''เสี่ยเจียง'' ย้ำอีกรอบ เคลียร์ ''โทนี่ จา'' เรียบร้อย ป้อน 50
ล้านถ่ายทำต่อให้เสร็จ แต่จะป้อนงานต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับพระเอกนักบู๊
ส่วน ''ตั๊ก-บงกช'' กับเรื่องสร้างหนังยังไม่ขอการันตี
ดูเหมือนเรื่องราวจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
เกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งในการถ่ายทำภาพยนตร์แอ็กชั่นฟร์อมยักษ์
เรื่อง ''องศ์บาก 2'' ระหว่าง
''เสี่ยเจียง'' สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ บอสใหญ่ค่ายสหมงคล
ฟิล์ม ผู้ให้ทุนในการสร้างหนังกับยอดพระเอกนักบู๊
''โทนี่ จา'' หรือ ''จา'' พนม ยีรัมย์
ล่าสุด
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอเสี่ยเจียงที่งานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง
''ปืนใหญ่จอมสลัด'' ที่ รร.พูลแมน
ซ.รางน้ำ เมื่อ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา
ซึ่งเสี่ยเจียงได้เผยถึงความคืบหน้าในการทำงานองค์บาก 2
หลังจากที่เคลียร์ปัญหาต่างๆ ว่า ตอนนี้กับจาไม่มีอะไร
ส่วนจาก็ต้องถ่ายหนังต่อไป ''ตอนนี้หนังก็ถ่ายต่อไปไม่ได้มีอะไร
เรื่องมันจบไปแล้ว กำลังถ่ายอยู่ที่เขาใหญ่
ซึ่งต้องเร่งทำงานให้จบ''

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากเสร็จโปรเจกต์ องค์บาก 2
แล้วจะมีการป้อนงานให้กับจาต่อหรือไม่ เสี่ยเจียง เผยว่า
''เค้าเป็นนักแสดงก็ต้องทำงานให้อยู่แล้ว
แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเค้าเองด้วย เราจะไปตัดได้ยังไง
เราต้องจ่ายเงินเดือนให้เค้า การทำงานต้องได้ประโยชน์ เค้าเล่นหนัง
เราก็สร้างหนัง มันไม่มีอะไรแล้ว หลังจากที่เคลียร์กันเสร็จ
ผมก็โทร.ไปหาพันนาที่กองถ่าย เค้าก็บอกว่าไม่มีอะไร ราบรื่นดี
ซึ่งทางเราก็ได้เคลียร์เงิน อีก 50 ล้านที่เหลือในการถ่ายทำ
ซึ่งจะมีการถ่ายทำฉากใหญ่ที่ระยอง''
ทั้งนี้เมื่อถามถึงข่าวคราวเกี่ยวกับนางเอกทรงโตอดีตลูกรักสหมงคลฯ
อย่าง ''ตั๊ก'' บงกช คงมาลัย ว่าถ้าหาก ตั๊กจะกลับมาเล่นหนังให้กับค่ายอีกนั้นจะว่าอย่างไร
เสี่ยเจียง เผยว่า ตนไม่ได้ตัดขาด แต่ถ้าตั๊กจะขอกลับมาต้องคุยกันก่อน
''ผมก็ไม่ได้ตัดขาดอะไรเค้านี่ เค้าก็เล่นหนังของเค้าไป
รู้สึกว่าล่าสุดเค้าก็เล่นหนังเรื่อง ''ตะเบงมาน''
แต่เค้าก็ไม่ได้มีสัญญากับบริษัท
เค้าก็ยังทำตัวเหมือนเป็นคนของบริษัท เราก็ไม่ได้ว่าอะไรเค้า
ส่วนเรื่องจะเซ็นสัญญาหรือไม่นั้น อันนี้ต้องคุยกับเค้าก่อน''
ตั้งแต่รีเทิร์นกลับมากำกับ ''องค์บาก
2''
อีกครั้งก็ดูเหมือนว่าจะมีกระแสข่าวเรื่องนั้นเรื่องนี้เกี่ยวกับ
''จา'' พนม ยีรัมย์
ออกมาอยู่ตลอด ล่าสุดมีเจ้ากรมข่าวลือกระพือข่าวว่าตอนนี้
''จา-พนม'' กับอาจารย์สุดที่เลิฟ
''พันนา ฤทธิ์ไกล''
เกิดอาการไม่กินเส้นกันถึงขั้นประกาศกร้าวว่าหลังจบ
''องค์บาก 2''
เมื่อไรจะตัดขาดเลิกยุ่งเกี่ยวกันทันที
เนื่องจากตั้งแต่กลับมานั่งแท่นผู้กำกับฯ อีกรอบ
''จา''
ยังคงปฏิบัติตัวเหมือนเดิม
แถมยังดอดไปสำนักสงฆ์เพื่อบริจาคเงินอยู่เรื่อยๆ ทำให้
''พันนา''
รู้สึกไม่ค่อยพอใจจึงเป็นชนวนเหตุให้ประกาศตัดความสัมพันธ์
เมื่อได้ยินข่าวแบบนี้ ''สยามดารา''
จึงรีบต่อสายตรงไปยัง ''พันนา
ฤทธิ์ไกล'' เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
ซึ่งทันทีที่ ''พันนา''
ได้ยินข่าวเม้าท์ดังกล่าวก็ถึงกับปล่อนหัวเราะออกมาก่อนจะบอกว่าตนเองกับ
''จา'' ยังคงมีความสัมพันธ์ทีดี่ต่อกัน
ยังนับถือเป็นศิษย์ อาจารย์กันเหมือนเดิม
''ยังเหมือนเดิมนะ ทำไมถึงมีข่าวแบบนี้ออกมาได้ผมงงนะ (หัวเราะ)
ผมกับจายังเหมือนเดิมได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งก็ถือว่าโชคดีแล้วไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นหรอกครับ
เหตุผลคืออะไรละที่ผมจะต้องไม่ค่อยกับจา
มันไม่นะในชีวิตผมไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาเลยนะ
คือผมเป็นคนต่างจังหวัดไงก็ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้พอมาเจอทีก็เยอะแยะไปหมดเลย
ผมกับจายังเหมือนเดิม
นี่ก็พึ่งจะทำงานด้วนกันเสร็จแล้วก็แยกกันเองครับ ความรู้สึกต่างๆ
ยังเหมือนเดิมยังนับถือกันเป็นศิษย์ อาจารย์เหมือนเดิมครับ
เพียงแต่การทำงานครั้งนี้เราต้องระวังมากกว่าคือระวังว่าจะทำงานกันยังไงต้องไม่ให้ความรู้สึกรอบข้างเข้ามายุ่งกับงาน
คือผมกับจานะเหมือนเดิมแต่มันมีเรื่องรอบข้างเกินขึ้นมากมายเวลาทำงานเลยต้องตัดเรื่องต่างๆ
ออกไปไม่ให้เข้ามาปนกับงานครับ''
สำหรับประเด็นเรื่องการบริจาคเงินทำบุญของ ''จา''
ให้กับสำนักสงฆ์ถึง 1 ล้านบาทนั้น กับเรื่องนี้ ''พันนา'' บอกว่า
''เรื่องทำบุญนี่ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดาของจานะ
เพราะเค้าเป็นคนชอบทำบุญ เป็นคนธรรมะธรรมโมอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องบริจาคเงิน 1 ล้าน ผมไม่รู้นะว่าจาเค้าบริจาคยังไง
แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องปกตินะการบริจาคเงิน''
พร้อมกันนี้ ''พันนา'' ยังบอกอีกว่าได้เตรียมโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ที่จะร่วมงานกัน
''จา'' ไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าหลังจบ ''องค์บาก 2''
คงจะได้เริ่มพูดคุยกัน
''ประมาณเดือน ต.ค. ก็จะเสร็จแล้วครับ
ส่วนเรื่องกำหนดฉายนี่ยังไม่แน่ใจว่าเมื่อไร ส่วนโปรเจกต์หนังเรื่องต่อไปก็มีคุยกับจาไว้บ้าง
คือเรื่องนะมีแล้วแต่ตอนนี้ขอทำ องค์บาก 2
ให้เรียบร้อยก่อนส่วนเรื่องใหม่ไว้คุยกันอีกทีครับ''
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง
''จารุพล เรืองเกตุ'' ทนายความส่วนตัวของพระเอกนักบู๊
เพื่อสอบถามเรื่องการดอดไปสำนักสงฆ์เพื่อบริจาคเงินถึง 1 ล้านบาท
โดยทนายความส่วนตัวของ ''จา พนม''
บอกกับผู้สื่อข่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง
''จา''
ทำงานอยู่ในกองถ่ายตั้งแต่เช้าจรดค่ำทุกวันจะเอาเวลาที่ไหนไปสำนักสงฆ์
และยิ่งบริจาคเงินให้ถึง 1 ล้านบาท
ยิ่งเป็นไปไม่ได้เพราะตอนนี้แค่ค่าข้าวตนเองยังต้องเป็นคนออกให้พระเอกชื่อดังเลย
เนื่องจากทางเสี่ยเจียงยังไม่ได้จ่ายเงินค่าต่างๆ ให้กับ
''จา'' เลยเหตุนี้ ''จา''
จึงไม่มีเงินเพื่อจะนำไปบริจาคให้สำนักสงฆ์ได้อย่างที่มีข่าวออกมาอย่างแน่นอน

ที่มา
: สยามดารา
|